ประวัติ
: ร้อยกรอง |
|
๑.
ผู้มีชื่อ ระบือคาม นามคุ้มภัย ฉิมจารย์ไซร้ นามสกุล อบอุ่นแสน เกิดวันจันทร์ ธันวาคม สมมาดแมน ณ แว่นแคว้น หนองกี่ บุรีรัมย์ |
๒.
ห้าหนึ่งสี่ ปีกุล บุญนำเกิด ศุภฤกษ์ เบิกทาง อย่างอิ่มหนำ หนึ่งหกห้า สูงปราด มาดผู้นำ ห้าสิบสี่ซ้ำ น้ำหนักพลิ้ว ผิวดำแดง |
๓.ปัจจุบัน
มีแม่ ท่านแก่หง่อม เหมือนพะยอม โรยรา คราอับแสง มีพี่ชาย สองคนด้วย ช่วยเป็นแรง เป็นเหมือนแสง สาดอยู่ คู่มารดา |
๔.
ยี่สิบแปด จบชั้น ประถมหก |
๕.
สิบแปดปี มีมงคล กุศลเด่น ได้บวชเณร เหลืองห่ม อย่างสมหมาย มุ่งศึกษา จรรยา-ธรรม นำใจกาย จวบจนได้ นักธรรมตรี นี้สมใจ |
๖.
จบธรรมตรี ลาสิกขา มาท้องทุ่ง และสู่กรุง อยู่โรงงาน ตามวิสัย ปีสามสาม ทำงานอยู่ อดสูใจ เพราะยังใคร่ เรียนรู้ มนูชน |
๗.
กศน. คือที่หวัง ตั้งใจหมาย ส่วนพี่ชาย ก็คัดค้าน การฝึกฝน บอกอายุ ก็หลาก มากเกินคน จะฝึกฝน ไปใย ให้ตริตรอง |
๘.
เรื่องสาวสาว ก็มีบ้าง ทางความรัก |
๙.
เกณฑ์ทหาร ไม่ติด ผิดหวังแท้ ส่วนคุณแม่ มีข่าวล้ำ นำเสนอ บอกเตรียมงาน บวชพระ ประเคนเธอ ให้มาเจอ เร็วรุด นะลูกยา |
๑๐.
วันที่ห้า กรกฎา กาสาวะ ได้ห่มพระ ร่วมอาสน์ ศาสนา ประพฤติวัตร หัดธุดงค์ องค์สัมมาฯ ปีสามห้า ครานั้น ฉันสุขใจ |
๑๑.
ได้บวชเรียน ปฏิบัติ คมชัดลึก ติตรองนึก กรรมฐาน์ พาสดใส จบธรรมโท กรรมฐาน ผ่านสมใจ ก้าวต่อไป ไม่เพี้ยน เรียนเพิ่มเติม |
๑๒.
การศึกษา คือหัวใจ อยากใคร่รู้ อยากมีครู สอนสักที บาลีเสริม มองหาครู เหว่ว้า มาคอนเฟิม พร้อมกับเพิ่ม เรียนพบ ประสบการณ ์ |
๑๓.
ต้นระฆัง ดังกังวาน ประสานแว่ว ดังเจื้อแจ้ว สำเนียง เสียงประสาน ตื่นตีสี่ ตีระฆัง ดังกังวาน ไม่เกียจคร้าน ทำวัตร ฝึกหัดตน |
๑๔.
นั่งสมาธิ จิตเอก เอกัคคะ ได้ภาวะ แห่งธรรม นำฝึกฝน จิตแจ่มใส สว่างผอง ทั้งท่องมนต์ กวาดมณฑล ลานวัด หัดกายใจ |
๑๕.จัดกิจกรรม
บวชเณร เป็นแบบอย่าง เพื่อเป็นทาง ส่องชีวิต จิตผ่องใส แก่เยาวชน อนาคต สดยาวไกล บ่มนิสัย ให้นิ่มนวล และชวนชม |
๑๖.
เนกขัมมะ ศีละ จารินี จัดพิธี ฝึกเกลา เข้าผสม ทั้งหนุ่มสาว คนแก่ แห่อบรม เป็นเหมือนพรม แห่งชีวิต พิชิตมาร |
๑๗.
เข้าปริวาส ปราศอาบัติ นัดพิเศษ ได้เข้าเขต นิเวศน์กรรม นำประสาน หลายจังหวัด หลายวัน นั้นพบพาน พระอาจารย์ เมตตา ได้พาไป |
๑๘.
ได้ความรู้วิทยากร ที่สอนสั่ง |
๑๙.
อยู่ต่อมา เพื่อนศึกษา มาเยี่ยมบ้าน ได้ประสาน ชวนซึ้ง พึงประสงค์ ชวนไปเรียน ด้วยกัน นั้นจึงตรง เจตน์จำนงค์ ที่บ่ม สมใจพลัน |
๒๐.
เหมือนเป็นนก โบยบิน จากถิ่นรัก ต้องไปจาก ถิ่นฐาน บ้านสุขสันต์ ไปเชียงใหม่ ภาคเหนือ เอื้อเฟื้อกัน ที่อยู่นั้น วัดพระสิงห์ ด้วยจริงใจ |
๒๑.
พอมาอยู่ ก็เล่าเรียน หัดเขียนอ่าน |
๒๒.
เรียนที่วัด ดับภัย ได้ม.๓ ธรรมเอกตาม สมคิด จิตประสงค์ จบหลักสูตร นักธรรม ความจำนงค์ อีกหน่อยคง ขึ้นม.4 ที่เฝ้ารอ |
๒๓.
ปีสามแปด เข้าม.4 ที่ธรรมราชฯ ไม่ประมาท ถึงเหนื่อย เมื่อยเหลือขอ มุ่งขยัน หมั่นไป ไม่สอพลอ ไม่มีท้อ แม้เหนื่อย เมื่อยใจกาย |
๒๔.
เป็นผู้นำ พร่ำสวดมนต์ เสาธงชาติ ถูกใจปราชญ์ มาดสุขุม กลุ่มเป้าหมาย อาศัยธรรม นำปฏิบัติ หัดใจกาย แปดโมงไซร้ ได้เห็น เป็นผู้นำ |
๒๕.
ปีสี่ศูนย์ ทนสู้ คนรู้จัก ลงสมัคร ประธาน ผ่านสนาม โดยเลือกตั้ง จากนักเรียน เพียรพยายาม ได้ที่สาม อันดับบ๊วย เข้าช่วยงาน |
๒๖.
มีหลักฐาน งานเด่น เป็นกุศล นำหมู่ชน ร่วมด้วย ช่วยประสาน ทำหนังสือ อนุสรณ์ ย้อนวันวาน เสร็จจากงาน ได้เงินจบ อย่างครบครัน |
๒๗.
ได้มอบเงิน ที่ได้ ให้รุ่นน้อง |
๒๘.
จบจากเหนือ ม๖ ก็ผกผิน ได้โบยบิน หวนลับ กลับถิ่นฐาน มาร่วมด้วย ช่วยด้าน งานอาจารย์ อยู่ที่บ้าน สองปี มีผลงาน |
๒๙.
สอนนักธรรม เณรพระ พาหัดเขียน |
๓๐.
เป็นหัวหน้า บวชเณร ปีสี่สอง ตามครรลอง มุ่งตรง องค์พระสัมม์ ใจสมัคร รักในด้าน งานที่ทำ แต่ไม่หนำ กับจิต คิดสัญจร |
| ๓๑.
หวนรู้สึก ถึงความรู้ มนูศาสตร์ |
๓๒.
เพื่อนนั้นหวน ชวนศึกษา มจร. เป็นทางก่อ ความรู้ ชูศักดิ์ศรี ปีสี่สาม จึงได้เอ่ย เผยวจี บอกเพื่อนสี้ เรามามุ่ง สู่กรุงไกร |
๓๓.
ตัดสินใจ บ่ายหน้ามุ่ง สู่กรุงกว้าง เพื่อเบิกทาง อนาคต ที่สดใส เข้ามาอยู่ วัดนายโรง อย่างสมใจ จากนั้นได้ เร่งศึกษา วิชาการ |
|
จากวันนั้น
ถึงวันนี้ หลายปีแล้ว เหลือเพียงแนว ปลื้มปลาบ ภาพความหลัง ปัจจุบัน เรียนจบ พบพลัง เรียนถึงฝั่ง ปริญญา ที่ข้าคอย |
|
![]() |
กว่าจะถึงวันนี้ กี่เร้ากี่เร่งเล่าเรียน
กี่พากกี่เพียร |
งานประสาทปริญญา
๒ ใบ คือ พธ.บ. และ ป.วค. |
|
![]() |
|
ประวัติคำกลอนนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านพระอาจารย์ "พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร" ซึ่งท่านได้แรง จูงใจในการแต่งขึ้น จากการที่ท่านได้อ่านประวัติ ที่ข้าพเจ้าเขียนขึ้นขณะกำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ ๑ ท่านเห็นว่า ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อสังคม ท่านจึงทุ่มเททั้งพิมพ์ประวัิติที่อยู่ในรูปแบบของการเขียนด้วยลายมือ แล้วเพียร พยายามในการแต่งเป็นคำกลอน พร้อมทั้งอัดเสียงออกมาในรูปแบบ mp3 ซึ่งเป็นเรื่องที่น้อยคนนักในสังคมยุคปัจจุบัน ที่เพียรพยายามทำสิ่งดีๆ เพื่อผู้อื่นเช่นนี้ ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณท่านพระอาจารย์อย่างสุดซึ้ง ที่มีใจเมตตาต่อข้าพเจ้า เสมอมา และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ www.koomphai.com นี้ ท่านก็เป็นคนเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ ในการถ่ายทอด ความรู้และวิธีการ เขียนเว็บไซต์ วิธีการอัพโหลดเว็บฯ และเทคนิคอื่นๆ อีกมากมาย แม้กระทั้งแรงทรัพย์ท่าน ก็หยิบยื่นให้โดยไม่คิดมูลค่าแต่ประการใด สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอกราบอาราธนา "คุณพระศรีรัตนตรัย" จงมาปกปักรักษาให้ท่านพระอาจารย์ "พระุมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร" จงมีแต่ความสุขความเจริญ และมี "ดวงตาเห็นธรรม" ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอนาคตกาล เบื้องหน้าดว้ย เทอญฯ. |
|
| Television | Thailand |