...ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่ กิจกรรมเพื่อการพัฒนา "ตน เยาวชน ชุมชน สังคมไทย" ให้สมกับการอยู่ร่วมสมัยแห่งยุค ..... IT .....
           

 
 
     
  คลิ๊กเข้าชมภาพ 4 แม่ลูก      
 
 
  ส่งอีการ์ด : วันสำคัญ  
 
 


สมาชิกครอบครัว
1.แม่มิต        โฉมงาม
2.นายทอง    ฉิมจารย์
3.นายสงวน   ฉิมจารย์
4.พระคุ้มภัย   ฉิมจารย์

 
     
  ( กว่าจะได้เรียกคำว่า "แม่" )     <Q รู้รักสามัคคี Q>  
     
 

        ชื่อ "คุ้มภัย ฉิมจารย์"  เกิดตรงกันวันจันทร์ที่ ๖ เดือน ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๔ ปีกุน  ส่วนสูง ๑๖๕ ชม. น้ำหนัก ๕๔ กก. ผิวเนื้อ ดำแดง จุดเด่นของตัวเองคือ ศีรษะเถิก (ก๊าก) อาหารที่ชอบคือ อาหารที่ฉันแล้วอิ่มเป็นใช้ได้

         แม่ชื่อ "นางมิต โฉมงาม" เกิดปีพ.ศ.๒๔๖๙ พ่อชื่อ "นายพาย ฉิมจารย์" (เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕) มีพี่ชาย ๒ คน (มีครอบครัวแล้ว มีหลาน ๕ คน ชาย ๓ หญิง ๒) มีพี่สาว ๑ คน (เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐) ส่วนตัวเองเป็นคนเล็กสุดท้อง สถานะช่วงนี้ ถือสมณะวิสัยอยู่

  .......    
     
  ( สมาทานศีลออนไลน์ )     ( ไปดูว่าเขาทำอะไรกัน! )  
     
 
        เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ณ โรงเรียนบ้านศรีภูมิ ตำบลหนองไชยศีร อำเภอหนองหงษ์ จั้งหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นก็ทำนาช่วยแม่และพี่ๆ พร้อมกับเลี้ยงควายตามชายทุ่ง พออายุได้ ๑๘ ปี ปรากฏว่าช่วงนั้น ป่วยบ่อยถึงบ่อยมาก

         แม่และพี่ชายปรึกษากันว่าเห็นทีคงไม่ไหวแล้ว จึงให้บวชเป็นสามเณร และเป็นคนเลือกเองว่าจะไปบวชอยู่กับ "พระครูอมรญาณวิสุทธิ์" "วัดโคกกระเบื้อง" ต.ห้วยหินเขตที่ ๑ อ.หนองหงษ์ จ.บุรีรัมย์ เป็นเวลา ๗ เดือน จนสอบนักธรรมชั้นตรีผ่าน แล้วได้ลาสิกขา
       
     
  อิริยาบถในการทำ "สมาธิ" ให้ได้ผลดีที่สุด     ฝากไว้ให้สะกิดใจ  
     
 

        และจากท้องนามุ่งหน้าเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม อยู่ในเขตคลองตัน กรุงเทพมหานคร ๘ เดือน และอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ๑ ปี (พ.ศ.๒๕๓๓ - ๒๕๓๕ )

        ตอนทำงานเป็นลูกจ้างอยู่นั้น มีความรู้สึกอยากเรียนการศึกษานอกโรงเรียนมาก (กศน.) แต่พอไปคุยกับพี่ชายๆ กลับบอกว่าเรียนไปทำไมอายุมากแล้ว เมื่อพี่พูดอย่างนั้น ก็เห็นว่ามันจริงอย่างที่ว่า (คือช่วงนั้นก็มีอายุ ๒๐ ปีแล้ว) เลยเลิกล้มความคิดนั้นไป

        เรื่องชอบสาวก็มีบ้าง ซึ่งได้บอกกับเจ้าหล่อนไปว่าให้ผ่านด่านสำคัญของชีวิต ๒ ด่านเสียก่อน ด่านแรก คือ “เกณฑ์ทหารทดแทนบุญคุญแผ่นดิน เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๓๕ จับได้ใบดำทั้งดีใจและเสียดายในเวลาเดียวกัน เพราะอยากเป็นทหารมาก แต่พอรู้ว่าตนไม่ถูกทหารก็มีความดีใจเป็นอย่างมาก

          จากนั้นได้ตั้งหน้าและตาทำงานเก็บเงินอย่างจริงจัง ด่านที่ ๒ คือ “บวชพระทดแทนบุญคุณพ่อแม่” แต่พอทำงานซักพัก แม่ได้เขียนมาบอกว่า กลับบ้านด่วน ตอนนี้แม่ได้เตรียมงานบวชไว้เรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินทางกลับไปบวชเพื่อจะได้รีบสึกดั่งที่ได้บอกสาวเอาไว้

     

 
     
     
 
 

        วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็ได้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมา "วัดเย้ยปราสาท" ต.เย้ยปราสาท อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ มี "พระครูบวรธัมจักร" เป็นพระอุปัชฌาย์ ( มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ ) ซึ่งได้รับ ฉายานามว่า "อุตฺตมปญฺโญ" แปลว่า "ผู้มีปัญญาสูงสุด" แล้วอยู่จำพรรษา ณ "วัดเวฬุนคราราม" ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ๓๑๒๑๐

          พรรษาแรกนั้น ได้ศึกษานักธรรมชั้นโทต่อ (หลังจากที่สอบผ่านนักธรรมตรีขณะเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒) และเรียนกรรมฐานควบไปด้วย ซึ่งก่อนจะเรียนนั้น พระอาจารย์ท่านก็ได้ถามกับพระลูกวัดทั้งที่บวชใหม่และเก่าว่า “ถ้าใครจะเรียนก็ไม่ต้องทำงาน ถ้าไม่เรียนก็ให้ทำงาน” ผลปรากฏว่าเพื่อนๆ ที่บวชพร้อมกันในปีนั้น ๕ รูป ต่างก็พากันเลือกเอาทำงานทั้งหมด เหลือแต่ผมเพียงรูปเดียวที่เลือกเอาเรียนหนังสือ


          เหตุผลที่เลือกเรียน ก็คือ "ขี้เกียจทำงาน" นั้นเอง (ปัจจุบันนี้ทำงานยกของหนักจนสะโพกเด๊าะ) วิชาบาลีไม่ได้เรียนเพราะไม่มีครูสอน แต่วิชานักธรรมกับวิชาพระกัมมัฏฐาน ที่พระอาจารย์สอนในปีนั้น ผมรู้สึกประทับใจมาก บวกกับการนั่งสมาธิทำให้จิตของผมซาบซึ้งในรสพระธรรมยิ่งขึ้น ผมเลยมีใจใคร่ที่จะเรียนและหมั่นนั่งสมาธิตลอดพรรษา

          จำได้ว่าผมทำวัตรสวดมนต์ไม่เคยขาด แม้แต่วันเดียวและรับหน้าที่ เป็นผู้คอยให้สัญญาณระวังทั้ง เวลาทำวัตรเช้า - เย็น และก่อนออกรับบิณฑบาต มันน่าอัศจรรรย์เป็นอย่างยิ่งก็คือ การตื่นนอนตอนตีสี่ผมจะตื่นตรงเวลาโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกเลย(ไม่มี)

          หลังออกพรรษาก็ได้เข้าสอบนักธรรมชั้นโท จากพระอาจารย์(พระครูเวฬุนครานุรักษ์) ได้พาไปเข้าปาริวาสตามจังหวัดต่างๆ การเข้าปาริววาสทำให้ได้ยินได้ฟังธรรมะจากพระวิทยากร ที่คอยให้ความรู้ตลอด ๑๐ วัน ทำให้จิตใจยิ่งชุ่มชื้นไปด้วยธรรมของพระพุทธองค์มากยิ่งขึ้น พรรษาแรกได้เข้าปาริวาส ๓ จังหวัด ที่เข้าก็ไม่ได้ต้องอาบัติหนักอะไร แต่อาศัยการเข้าฝึกหัดตนและเรียนรู้จากการฟังเป็นส่วนใหญ่

        เดือนเมษายน ๒๕๓๖ ที่วัดเวฬุนครารามก็ได้จัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ๑๕ วัน ระหว่างนั้นก็มีพระที่ท่านไปเรียนที่ต่างจังหวัดได้กลับมาเยี่ยมบ้าน และท่านได้ชวนให้ไปเรียนพระปริยัติธรรมที่เชียงใหม่ด้วย จึงตอบตกลงไปอยู่กับท่านที่  "วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร" (วัดเจ้าคณะจังหวัดในขณะนั้น) ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

 
 
 

<O วันธัมมัสสวนะ คือ วันพระ = วันฟังธรรม O>

 
 
 
        เริ่มด้วยระบบ "การศึกษานอกโรงเรียน"(กศน.)  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ๒ ปี (๒๕๓๖  -  ๒๕๓๗) ที่ "วัดดับภัย" ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ณ สถานบัณแห่งนี้เรียนจบ ทั้งมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๓ และนักธรรมชั้นเอกพร้อมกัน (นักธรรมเอกศึกษาอยู่ ๒ ปี)

...

          พุทธศักราช ๒๕๓๘ จึงได้สมัครเข้าศึกษาต่อระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ณ "โรงเรียนธรรมราชศึกษา" ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตอนเรียนอยู่นั้น ได้เป็นตัวแทนนำนักเรียน จำนวน ๑,๒๐๐ กว่ารูป / คน ไหว้พระสวดมนต์หน้าเสาธงเป็นประจำทุกสัปดาห์ พอในปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานนักเรียน แต่ได้รับเลือกเป็นแค่รองประธาน รูปที่ ๓
          ผลงานที่ปรากฎชัดในช่วงนั้นก็คือ จัดทำหนังสืออนุสรณ์ปีการศึกษา ๒๕๔๐ สิ้นเงินกองทุนไป ๔๐,๐๐๐ บาท ได้หนังสืออนุสรณ์รุ่นจำนวนทั้งสิ้น คือ ๑,๐๐๐ เล่ม ต่อมาก็ได้ดำเนินการซื้อเครื่องขยายเสียง มอบให้ไว้แก่โรงเรียน เพื่อเป็นอนุสรณ์อีกหนึ่งชุดใหญ่ ใช้เงินกองทุนในการจัดซื้อทั้งสิ้น ๓๐,๐๐๐ บาท


        จากการจัดงานในวันสถาปนาผู้ก่อตั้งโรเรียน ในวันที่ ๕ มีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ นั้น เหลือเงินกองทุนประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าบาท และได้มอบเงินจำนวนดังกล่าว ให้แก่ประธานนักเรียนรุ่นน้องไว้ทั้งหมด
 
 
  <( พาไปชม ทรงผมเด็กไทย ในอดีต )>  
 
 

        หลังจากที่จบการศึษาระดับมัธยมปลายแล้ว และในปีเดียวกันนั้น ก็ได้เดินทางกลับไปอยู่ที่วัดเดิม (วัดเวฬุนคราราม) เพื่อช่วยพระอาจารย์จัดงานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน เมษายน ๒๕๔๑

        ขณะจำพรราาอยู่ที่วัด ก็ได้ช่วยสอนนักธรรม แก่พระภิกษุสามเณร ทั้งในวัดและวัดภายในตำบลท่าโพธิ์ชัย จำนวน ๘ วัดด้วยกัน ซึ่งเป็นวัดในความดูแลของเจ้าอธิการบุญศักดิ์ในขณะนั้น
        ได้สมัครเรียนทางไปรษณีย์ กับ มสธ. ด้วย (เรียนไม่จบ) และอบรมเยาวชน เพื่อเข้าประกวดแข่งขันชิงรางวัลการสวดทำนองสรภัญญะ / ตอบปัญหาธรรมะ / อภิปรายธรรมะ ในช่วงฤดูการเข้าพรรษา ณ ปี พ.ศ. 2541 - 2542

...

         หลังจากจบโครงการฯ ก็ได้พาเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการประมาณ ๓๐ คน ออกไปทัศนศึกษาที่ "ปราสาทหินพิมาย" และไทรงาม จังหวัดนครราชสีมา
        พอเดือนเมษายนปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ทางวัดได้จัดงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนอีก ซึ่งพระอาจารย์ได้มอบหมายงาน ให้เป็นหัวหน้าคุมทีมงาน นำพระอาจารย์และสามเณรพี่เลี้ยง จำนวน ๑๔ รูป สามเณรที่บวชเข้าโครงการฯ จำนวน ๘๐ รูป ญาติโยมที่บวชเนกขัมมะ ๖๐ ท่าน ซึ่งร่วมกันประพฤติปฏิบัตอยู่ภายในวัด ๑๐ วัน แล้วพาสามเณรออกเดินธุดงค์ไปยังหมู่บ้านต่างๆ อีก ๕ วัน
 
 
     
 
 
        ในปี พ.ศ.๒๕๔๓ เห็นว่าตนเองมีฐานะทางด้านการศึกษายังไม่เพียงพอ สำหรับที่จะรองรับงานภายในเขตชุมชน   จึงได้มุ่งหน้าเพื่อมาศึกษาต่อที่     "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย" (มจร)         ส่วนกลาง "วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ" กรุงเทพมหานคร และได้พำนักอาศัยที่ "วัดนายโรง"  ซ. ๔๕ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. ๑๐๗๐๐

        ขณะศึกษาปริญญาตรี ๔ ปีนั้น ในเทอมสุดท้ายก็ได้สมัครลงเรียน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู(ปว.ค.) เพิ่มเติมด้วยที่คณะครุศาสตร์ ในสถาบันเดียวกัน
...
 
 
     
 
 
...

        หลังจากศึกษาจบแล้ว  เพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกัน  (พระมหาสิทธิ์ศักดิ์ อคฺควีโร)  ท่านได้ชักชวนให้ไปฝึกงานที่  "วัดเสมียนนาร"๓๒/๒ แขวงลาดยาว เขตจตจักร กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๐ และทำการฝึกสอนในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.วค.) ณ รงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ๑ เทอม
        พอครบ ๑ ปี จึงได้รับปริญญา ๒ ใบพร้อมกัน เข้าตำราที่ว่า "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" คือพุทธศาสตรบัณฑิต(พธ.บ.)รุ่นที่ ๕๐ และประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.วค.)รุ่นที่ ๑๑

 
 
     
 
 

        ปัจจุบันรับหน้าที่ : สอนธรรมศึกษาแก่เยาวชน ณ วัดเสมียนนารี, เป็นครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน สังกัดสำนักการศึกษาเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร,

        เป็น "ครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน" โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษา เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

        เป็น กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ (๒๕๔๗ - ๒๕๕๑) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

        วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๑ รับพระราชทานปริญญาบัตร "รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต" สาขา รัฐประศาสนศาสตร์ (รป.ม.) มหาวิทยาลัยปทุมธาน ณ สวนอัมพรฯ กรุงเทพมหานคร

...
 
Q => เริ่ม 13 / 10 / 49 <= Q
 
<( Free Web Counter )>

 I  เว็บไซต์ที่ท่านกำลังเยี่ยมชมอยู่นี้ ได้เริ่มทำการออนไลน์มาตั้งแต่ 13 : 09 : 48 I 
www.koomphai.com Update 25 / 03 / 2551 โดยเว็บมาสเตอร์ e-mail : chimjarn@hotmail.com